โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (Ole Gunnar Solskjær)

https://ufa1688.co/ เมื่อพูดถึง โซลชา ก็คงต้องนึกถึง ปีศาจแดง แมนฯ ยู หนึ่งในนักเตะช่วงยุคไล่ล่าความสำเร็จและชุดดีที่สุดของสโมสร ภายใต้การคุมทัพของ “ป๋าเฟอร์กี้” แน่นอนหากใครที่เป็นแฟนแมนยู จะต้องรู้จักกับซุปเปอร์ซับคนสำคัญของทีมรายนี้แน่นอน เพราะช่วงไหนก็ตามที่ บรมกุนซือ อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องการผลการแข่งขันและรูปเกมที่เปลี่ยนแปลง โซลชา จึงเป็นตัวเลือกแรกเสมอ จนมีที่มาของคำว่า “คิดอะไรไม่ออก บอกโซลชา”

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา / Ole Gunnar Solskjær

เกิดวันที่ : 26 กุมภาพันธ์ 1973 / 26 February 1973

เมือง : คริสเตียนซุนด์ / Kristiansund

ประเทศ : นอร์เวย์ / Norway

ส่วนสูง : 178 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า

โซลชา ชอบเล่นฟุตบอลเป็นงานอดิเรกเท่านั้น โดยเขาเริ่มเล่นให้กับสโมสร เคลาเซเนนเก้น ทีมระดับดิวิชั่น 3 จาก นอร์เวย์ โดยเขาสามารถโชว์ฝีเท้าได้อย่างจัดจ้านจนเป็นที่มีความสนใจของ สโมสรโมลด์ ทีมจากลีกสูงสุดของนอร์เวย์ ก่อนที่จะทำการดึงตัวไปร่วมทีมในปี 1995

เริ่มสนเส้นทางการค้าแข้งกับ โมลด์
โมลด์ คือ สโมสรแรกที่มอบโอกาสแก่เขาให้สามารถโชว์ฝีเท้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ว่าได้ เขาลงเล่นให้กับ โมลด์ ไป 42 นัด ซัดไปถึง 31 ประตู ได้รับฉายาว่า “อลัน เชียร์เรอร์ แห่งนอร์เวย์” เขาลงเล่นให้กับสโมสรโมลด์เพียง 2 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะถูกทีมยักษ์ใหญ่ทั้งหลายทั่วทวีปยุโรปจับตามอง ขณะเดียวกันเขาก็ติด ทีมชาตินอร์เวย์ชุดใหญ่ ด้วยในขณะนั้น ก่อนที่ช่วงฤดูร้อน ปี 1996 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะจัดการควักเงินมูลค่ากว่า 1.5 ล้านปอนด์ (62,193,399 บาท) ดึงตัวมาร่วมทีมปีศาจแดงทันที

โรงละครแห่งความฝัน เส้นทางอาชีพบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดี
หลังจาก โซลชา เก็บข้าวเก็บของย้ายเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ศูนย์หน้ารายนี้ก็ไม่ทำให้ กุนซือจากสกอตแลนด์เสียใจแต่อย่างใด ปีแรกสีเสื้อปีศาจแดง เขาลงสนามไปทั้งหมด 49 ทำได้ไปถึง 19 ประตู พร้อมกับตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของทีมมาครอบครอง ที่สำคัญยังสามารถคว้าแชมป์ Premier League England ซีซั่น 1996/97 มาครองได้สำเร็จ

ด้วยผลงานอันร้อนแรงของ โซลขา ตั้งแต่ปีแรกในการเป็นหนึ่งพลพรรคแมนฯยูไนเตด ทำให้บรรดาสาวกต้องชื่นชอบและหลงใหลในตัวโซลชาอย่างมาก จนกำเนิดฉายา “เพชฌฆาตหน้าทารก” แต่ฤดูกาลของเขากับแมนยูนั้นช่างแตกต่างจากฤดูกาลแรกอย่างสิ้นเชิง นักเตะเจ้าของเบอร์ 20 รายนี้ กับทำผลได้อย่างน่าเสียใจอย่างกับคนละคนกับฤดูกาลแรกที่ย้ายมา จนทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นิ่งนอนใจไม่ไหว ต้องหอบเงินสูงถึง 12 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัว ดไวท์ ยอร์ค มาร่วมทีมเพื่อแก้ไขปัญหาปืนฟืดของ โซลชา จนถึงขั้นข่าวลือว่า โซลชา จะต้องเก็บข้าวเก็บของออกจาก โอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยทีเดียว หลังจบฤดูกาลที่ 2 คือปี 1997/98 เขาลงเล่นไปทั้งหมด 30 นัด ทำได้เพียง 9 ประตูเท่านั้น

จุดเริ่มต้นในฐานะซูเปอร์ซับ
หลังจากการมาของ ดไวท์ ยอร์ค เป็นเหตุให้ โซลชา ต้องตกไปเป็นตัวสำรองทันทีแบบอัตโนมัติ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้กองหน้าผู้จงรักภัคดีของสโมสรรายนี้ท้อแท้แต่อย่างใด เขาตัดสินใจต่อสู้เพื่อลงแย่งตำแหน่งตัวจริงต่อไป แต่นั่นก็ส่งผลเสียต่อเขาทีเดียว เพราะทุกครั้งที่เขาได้รับโอกาสลงเล่นในฐานะตัวสำรอง เขาก็สามารถเปลี่ยนเกมได้เสมอ จน เฟอร์กูสัน มองว่าการส่งเขาลงเล่นฐานะตัวสำรองจะมีประโยชน์ต่อทีมมากกว่า เพราะโซลชาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์ในการมองเกมของคู่แข่ง รู้ว่าคู่แข่งจะเล่นแบบไหน และเขาต้องเล่นยังไง

บ่อยครั้งที่เขาคิดจะย้ายจากสโมสรเนื่องจากต้องการความไม่หยุดในการเล่นเล่น แต่ทุกครั้งยอดกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่พาปีศาจแดงยิ่งใหญ่คับเกาะ England เวลานั้น ได้บอกกับ โซลชา ว่าเขาคือคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของทีม แน่นอนเมื่อกุนซือที่ได้รับการยอมรับที่สุดเวลานั้น พูดออกมาแบบนี้ ใครกันที่จะไม่ใจอ่อน เป็นเหตุให้ โซลชา ตัดสินใจอยู่ช่วยทีมในตำแหน่งซุปเปอร์ซับต่อไป

วันแห่งประวัติศาตร์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
จนมาถึงเหตุการณ์ที่เหล่า “สาวกเร้ด อาร์มี่” จำไม่มีวันลืม คือวันที่ทัพแมนยูมีคิวลงเล่นในศึก UEFA แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1998-1999 นัดชิงชนะเลิศกับ เสือใต้ ในขณะนั้น ทั้งคู่คือยอดทีมแห่งยุค เพราะทั้ง แมนยูและบาเยิร์น ต่างมีลุ้น ทริปเปิ้ลแชมป์ พร้อมกันทั้งคู่ พอเพียงชูถ้วย UEFA แชมเปี้ยนส์ ลีก ใบนี้ได้ ก็จำประกาศศักดาความยิ่งใหญ่บนทวีปยุโรปได้สำเร็จ

เมื่อเกมเริ่มขึ้นกลับเป็นทางฝั่ง บาร์เยิร์น มิวนิค เป็นฝ่ายกดดันแมนยูได้เยอะกว่า จนขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 6 จาก มาริโอ บาสเลอร์ และเรียกได้ว่าทางฝั่งเสือใต้เป็นฝ่ายกดดันอยู่ฝั่งเดียว ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะแก้ด้วยการส่ง เท็ดดี้ เชอริงแฮม ลงมาแทน เจสเปอร์ บลอมควิสต์ นาทีที่ 67 แต่ก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จนสุดท้ายเขาตัดสินใจส่งกองหน้าซุปเปอร์ซับ อย่าง กุนนาร์ โซลชา ลงมาในนาทีที่ 81 และนั่นทำให้พวกเขาสามารถกดดัน บาร์เยิร์น มิวนิค อย่างไม่หยุด และนาทีที่ 91 ก็เป็นหนึ่งในตัวสำรองที่ถูกส่งมาอย่าง เชอริงแฮม ซัดทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ ก่อนที่จะเข้าสู่นาทีสุดท้ายของการทดเวลา ก็เป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ซัดประตูชัยเหนือยอดทีมจากเยอรมันไป 2-1 คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จอย่างโคตรมัน

วันที่ยุติการอาชีพค้าแข้งกับแมนยูไนเต็ด
นักเตะทุกคนต่างต้องมีวันที่ต้องเลิกเล่นหรือแขวนสตั๊ด เช่นเดียว ยอดศูนย์หน้าขวัญใจสาวกปีศาจแดง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็มีวันนั้นเหมือนกัน เขาตัดสินใจยุติอาชีพของตัวเองกับ Manchester United หลังจากจบฤดูกาล 2006-2007 โดยฤดูกาลนั้นเขาสามารถนำทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จ ตลอดอาชีพการค้าแข้งของ “เพชฌฆาตหน้าทารก” ลงเล่นไปกว่า 420 นัด ทำไปทั้งหมด 167 ประตู แบ่งเป็น โมลด์ 54 นัด ทำไป 41 ประตู และ ปีศาจแดง 366 นัด ทำไป 126 ประตู เขารับใช้ปีศาจแดงยาวนานกว่า 11 ปีพร้อมกัน

ก้าวแรกจากนักเตะสู่กุนซือ
หลังจากหมดลงหน้าที่นักเตะ ตัวเขาได้เข้ารับงานเป็นโค้ชศูนย์หน้าให้กับ แมน ยูไนเต็ด ระหว่างที่ท่านเซอร์ยังคงคุมแมนยูต่อไป ก่อนที่เวลาต่อมาจะถูกแต่งตั้งขึ้นมาเป็น กุนซือ ชุดสำรองของพลพรรคปีศาจแดง ที่สำคัญยังสามารถนำทัพแมนยูชุดสำรอง (U23) คว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย อย่าง แชมป์ พรีเมียร์ ลีก ชุดสำรอง 1 สมัย, แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ 1 สมัย, แชมป์ Premier League สำรองตอนเหนือ 1 สมัย และสุดท้าย แชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ อีก 1 สมัย เรียกได้ว่า โซลชา มีแววทางด้านกุนซือมาแต่ไกล

จากผลงานคุมทีมอันยอดเยี่ยมของตัวเขา ทำให้สโมสรแจ้งเกิดของเขาอย่าง โมลด์ ติดต่อให้รับงานไปคุมทีมชุดใหญ่ ทำให้นี่เป็นโอกาสทองของ โซลชา ที่จะได้โชว์ผลงานกับการคุมทัพชุดใหญ่ และเขาก็ไม่ทำให้สโมสรเก่าเสียใจ ด้วยการพา โมลด์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ นอร์เวย์ มาได้ 2 สมัย และแถมด้วยบอลถ้วย นอร์เวย์ คัพ อีก 1 ถ้วยตามมา

ความยากลำบากในการนำทีมลงเล่นพรีเมียร์ ลีก
แล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก โซลชา เมื่อเขาตอบตกลงในการเข้ามาคุมทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ พร้อมกับภารกิจที่หนักอึ้งในการที่ต้องพา คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ อยู่รอดปลอดภัยบนเวทีพรีเมียร์ ลีก ประจำฤดูกาล 2013/2014 แต่นั่นก็ไม่มีใช่เรื่องง่ายกับทุกคน เขาพา “บลูเบิร์ด” ลงเล่นไปทั้งหมด 18 นัด ชนะ 3 เสมอ 3 แพ้ 12 นัด คาร์ดิฟฟ์ ต้องตกชั้นลงไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนเลยทีเดียว

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะโดนเด้งออกจากเก้าอี้ทันที หลังจากทัพ “บลูเบิร์ด” ตกชั้นลงมา เขายังก็คงได้รับโอกาสคุมทีมต่อไปอีก แต่ผลงานยังคงไม่พัฒนาไปไหน ทำให้ช่วงปลายปี 2014 เขาโดนเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือ ก่อนที่จะกลับไปรับงานกุนซือที่ โมลด์ อีกครั้งในเดือน ตุลาคม 2015

ภารกิจปลุกวิญญาณปีศาจแดงขึ้นจากหลุมอีกครั้ง
และวันที่สาวกปีศาจแดงรอคอยก็มาถึง กับกลับมายังถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง ในฐานะตำแหน่งกุนซือของทีม แมนฯ ยู พร้อมกับภารกิจในการคืนชีพแมนฯยูไนเตดให้กลับมาผงาดอีกครั้งบนยุโรป โซลชา ได้รับการแต่งตั้งเป็น กุนซือชั่วคราวของ ปีศาจแดง จนหมดลงฤดูกาล 2018-2019 หลัง โชเซ่ มูรินโญ่ ฝากผลงานไว้อย่างย่ำแย่ ซึ่งนัดสุดท้ายของ มูรินโญ่ คือการนำทีมไปแพ้คู่ปรับตลอดกาลอย่าง หงส์แดงลิเวอร์พูล แบบหมดหนทางสู้ 1-3

การกลับมาของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เขาให้คำสัญญาว่าจะให้ ปอล ปอกบา เป็นศูนย์กลางการทำเกมภายใต้แผนการคุมต่นสังกัดของเขา และนั่นก็คือส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ ปอล ปอกบา เค้นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดออกมาได้ พร้อมทั้งซัดไปแล้ว 5 ประตู จ่ายอีก 4 ลูก ซึ่งแตกต่างจากสมัย มูรินโญ่ แบบสุดๆ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (Ole Gunnar Solskjær)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to top